เทคนิคเลือกบัวผนังให้เข้าคู่กับพื้นไม้และสีผนัง เปลี่ยนห้องธรรมดาให้ดูหรูมากขึ้น
การเลือกบัวผนังให้กับตัวบ้าน อาจจะฟังดูเป็นเรื่องง่าย แต่จริง ๆ แล้วมีความสำคัญมากกว่าที่คิด เพราะสิ่งนี้คือกรอบรูปที่จะช่วยให้บ้านของเราดูโดดเด่นมากขึ้น หากเลือกออกมาผิดสไตล์ ไม่เหมาะกับตัวบ้าน อาจจะทำให้บ้านของเราที่ควรจะดูหรูหรา กลายเป็นดูขัดตาได้ทันที ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีเลือกวัสดุ สี และขนาด เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกบัวผนังสำหรับบ้านของคุณได้ง่ายมากขึ้น
บัวผนังคืออะไร สำคัญแค่ไหนในการแต่งบ้าน
บัวผนัง (Skirting Board) คือแผ่นวัสดุตกแต่งที่ติดเข้ากับบริเวณรอยเชื่อมระหว่างพื้นบ้านกับผนัง โดยมีหน้าที่ในการช่วยปิดรอยต่อระหว่างวัสดุพื้นและผนัง เพื่อป้องกันฝุ่นหรือสิ่งสกปรกไม่ให้เข้าไปในซอกมุม และช่วยเพิ่มความหรูหราให้แก่ภาพรวมของการตกแต่งภายในบ้าน ซึ่งแม้ว่าบัวผนังจะเป็นองค์ประกอบที่ใครหลายคนมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วบัวพื้นหรือบัวผนังนั้นส่งผลต่อมิติของห้องโดยตรง ทั้งทางสายตาและการใช้งานจริงด้วย เช่น
- ช่วยในการวางรูปแบบการตกแต่งภายใน
- ช่วยป้องกันผนังไม่ให้สกปรกจากการโดนถู หรือกระแทก
- ช่วยทำให้ห้องดูสมบูรณ์ และเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น
- ช่วยสร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างพื้นไม้กับผนังได้อย่างแนบเนียน และหรูหรา
รวมประเภทของบัวผนังที่ได้รับความนิยม เหมาะกับบ้านแบบไหนบ้าง
บัวผนังในปัจจุบันมีให้เลือกซื้อหลากหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบเองก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ทำให้การที่จะเลือกให้เข้ากับพื้นไม้และผนังจะต้องดูที่ความสวย และความทนทานเป็นหลัก ดังนี้
- บัวผนังไม้จริง
เป็นบัวผนังที่เน้นความหรูหรา และคลาสสิก ลายไม้ธรรมชาติจะช่วยยกระดับห้องให้ดูแพง ทำให้บัวผนัง ประเภทนี้เหมาะกับงานตกแต่งระดับพรีเมียม แต่ต้องแลกมากับการดูแลที่มากกว่าปกติเช่นกัน - บัวผนังไม้ MDF
เป็นอีกหนึ่งตัวเลือดยอดนิยมสำหรับงานตกแต่งภายใน เพราะมีราคาเป็นมิตร และสามารถทำสีได้หลากหลายรูปแบบ แต่ก็มีข้อจำกัดคือห้ามโดนน้ำเด็ดขาด เพราะบวมได้ง่าย - บัวผนัง PVC หรือ UPVC
เป็นบัวผนังสายลุยที่แท้จริง เพราะสามารถกันน้ำได้ ทนต่อความชื้นได้ดี ไม่บวม ปลวกไม่กิน ทำให้เหมาะมาก ๆ กับพื้นไม้ SPC หรือห้องที่ต้องทำความสะอาดบ่อย ๆ - บัวผนังพลาสติกเคลือบลามิเนต
เป็นบัวผนังที่เน้นความสวยงามแต่ดูแลรักษาง่าย ซึ่งเป็นการนำพลาสติกมาเคลือบผิวให้มีสี และลายไม้ที่ใกล้เคียงกับพื้นไม้จริง
รวมเทคนิคการเลือกบัวผนังให้สวยแบบมืออาชีพ
การที่จะทำให้องค์ประกอบภายในบ้านอย่างพื้นไม้ ผนัง และบัวผนังอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ต้องพิจารณา 4 องค์ประกอบสำคัญ ดังนี้
- เลือกโทนสีให้เข้ากับพื้นไม้
สิ่งสำคัญที่จะทำให้พื้นที่ดูต่อเนื่องและโดดเด่น ก็คือการทำให้โทนสีโดยรวมดูเข้ากันอย่างลงตัว เช่น ถ้าหากเลือกใช้พื้นไม้โทนเข้มอย่างวอลนัทหรือทีค การใช้บัวผนังสีเข้มตามพื้นจะช่วยให้ห้องดูขรึมและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น แต่ถ้าอยากให้บ้านดูอบอุ่นสว่างตา แนะนำให้เลือกพื้นไม้โทนอ่อนอย่างโอ๊คหรือเมเปิ้ล ร่วมกับบัวผนังสีไม้ธรรมชาติหรือสีขาวครีม เพื่อรักษาความสว่าง และทำให้ห้องดูละมุนตา - เลือกความสูงของบัวผนังให้สัมพันธ์กับเพดาน
บัวผนังเป็นองค์ประกอบที่ส่งผลต่อความสูงของห้องโดยตรง ซึ่งโดยปกติแล้วจะนิยมใช้ที่ขนาด 7 – 15 ซม. หากห้องของคุณเพดานต่ำ แนะนำให้เลือกบัวผนังขนาดเตี้ยเพื่อเพิ่มพื้นที่ผนังให้ดูยาวขึ้น และไม่รู้สึกอึดอัด แต่ถ้าเป็นห้องโถงเพดานสูง การใช้บัวผนังขนาดใหญ่จะช่วยให้ห้องดูภูมิฐาน และมีสัดส่วนที่ดี ไม่ดูโล่งจนเกินไป - แมตช์สไตล์และลวดลายให้เข้ากับงานดีไซน์
บัวผนังคือตัวที่ช่วยกำหนด Mood&Tone ของบ้าน ดังนั้น ถ้าหากบ้านเป็นสไตล์โมเดิร์นหรือมินิมอล บัวผนังแบบหน้าเรียบขอบตัดตรงจะช่วยคุมโทนให้ดูคลีนได้ดี แต่ถ้าคุณชอบสไตล์วินเทจหรือคลาสสิก การเลือกบัวผนังที่มีการเซาะร่องหรือมีส่วนโค้งมน จะช่วยเพิ่มรายละเอียดให้บ้านดูหรูหราและมีเสน่ห์แบบงานคราฟต์มากขึ้นได้ - สร้างสมดุล (Balance) ระหว่างบัวและผนัง
ถ้าหากผนังบ้านเป็นสีเรียบ ๆ การเลือกใช้บัวผนังสีที่ตัดกันจะช่วยสร้าง Frame ให้ห้องดูมีมิติและมีเส้นสายที่ชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าผนังมีลวดลายวอลล์เปเปอร์ที่เยอะอยู่แล้ว ควรเลือกใช้บัวผนังสีพื้นเรียบ ๆ แทน เพื่อเป็นจุดพักสายตา และช่วยไม่ให้องค์ประกอบต่าง ๆ แย่งซีนกันเองจนดูรก
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกบัวผนัง
1. ควรเลือกสีบัวผนังให้เข้ากับสีพื้น หรือเข้ากับสีผนังถึงจะดูสวยที่สุด?
ไม่ได้มีหลักการที่ตายตัว แต่จะมีหลักการง่าย ๆ ก็คือ ถ้าอยากให้ห้องดูสูงโปร่งกว่าเดิม ให้เลือกบัวผนังสีโทนเดียวกับผนัง แต่ถ้าอยากให้ห้องดูกว้าง ให้เลือกบัวผนังสีโทนเดียวกับพื้นไม้ หรือจะใช้สีขาวตัดเพื่อเพิ่มความโมเดิร์นก็ได้
2. ความสูงของบัวผนัง มีผลต่อสัดส่วนของห้องอย่างไรบ้าง?
มีผลมาก โดยถ้าหากเป็นห้องที่เพดานไม่สูงมาก แนะนำให้เลือกบัวผนังขนาด 2 – 3 นิ้ว เพื่อไม่ให้ห้องดูเตี้ยลง แต่ถ้าเป็นบ้านฝ้าสูงหรือโถงกว้าง บัวผนังขนาด 4 นิ้วขึ้นไป จะช่วยให้ผนังดูมีสัดส่วนที่ภูมิฐานและหรูหรามากขึ้น โดยไม่ดูโล่งจนเกินไป
3. ถ้าพื้นไม้ที่บ้านมีลวดลายเยอะ ควรใช้บัวผนังแบบเรียบหรือแบบมีร่องลายดี?
ถ้าหากพื้นมีลายไม้ชัดเจน แนะนำให้เลือกใช้เป็นบัวผนังหน้าเรียบแทน เพื่อไม่ให้ดูเด่นจนเกินไป และทำให้ภาพรวมของห้องดูสะอาดตามากขึ้น
4. การเลือกพื้นผิวของบัวผนัง ต้องให้เหมือนกับผิวสัมผัสของพื้นไม้เป๊ะเลยไหม?
ไม่จำเป็นต้องเลือกให้เป๊ะ แต่ต้องเลือกให้ไปในทิศทางเดียวกัน เช่น ถ้าพื้นไม้เป็นแบบด้าน (Matte) บัวผนังก็ควรเป็นแบบด้านหรือกึ่งเงากึ่งด้านด้วย เพื่อให้รอยต่อดูโดดและไม่เป็นเนื้อเดียวกันในเชิงสายตา
5. เราสามารถใช้บัวผนังสีขาว กับพื้นไม้สีเข้มได้ไหม จะดูแลรักษายากหรือเปล่า?
สามารถใช้ได้ และยังเป็นที่นิยมมากด้วยโดยเฉพาะคนที่แต่งบ้านสไตล์มินิมอล โดยบัวผนังสีขาวจะช่วยเบรกความเข้มของไม้ทำให้ห้องดูสว่างขึ้นได้ ส่วนเรื่องการดูแลรักษา หากเลือกใช้บัวผนัง PVC เกรดพรีเมียม ที่ผิวมีความลื่นและหนาแน่นสูง จะสามารถเช็ดทำความสะอาดง่าย และไม่เหลืองง่ายเหมือนบัวผนังไม้ทาสีขาว
Dear Dome Group ส่งมอบความสุขผ่านพื้นที่ที่ได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน เนรมิตบ้านในฝันด้วยบัวผนังที่สวยงามได้มาตรฐาน
หากยังไม่แน่ใจว่าจะเลือกบัวผนังแบบไหนให้ตอบโจทย์บ้านที่สุด ให้ Dear Dome Group เป็นที่ปรึกษาให้คุณนะครับ เราคือผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลให้ทุกรอยต่อในบ้านของคุณเรียบเนียน หรูหรา และมีสไตล์แบบมืออาชีพ ดูแลโดยทีมงานที่พร้อมแนะนำตั้งแต่การเลือกวัสดุไปจนถึงการติดตั้งที่ประณีตที่สุด เพื่อผลลัพธ์ที่ตรงใจคุณ

